สาระน่ารู้ » การดูแลสุขภาพจิตของคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด

การดูแลสุขภาพจิตของคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด

4 พฤศจิกายน 2016
56   0

 

สตรีและเด็กเป็นผู้ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่ออนาคตของสังคม ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีหน้าที่ส่งเสริมดูแลให้ความรู้ สุขภาพจิต คุณภาพชีวิต เพื่อป้องกันปัญหา ทุเลาปัญหา โดยเริ่มตั้งแต่ การตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตร เพื่อจะได้เป็นเด็กที่มีคุณภาพ ในรายงานขององค์การอนามัยโลกมีรายงานว่า  สุขภาพจิตของสตรีมีครรภ์จะมีปัญหามากกว่าสตรีทั่วไป และมีปัญหามาขึ้นเมื่อคลอดบุตร (คือระหว่างเลี้ยงบุตร)

ปัญหาสุขภาพจิตที่พบหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด

advertise
  1. มีความกังวลเกี่ยวกับทารกในขณะตั้งครรภ์ เช่น ลูกจะสมบูรณ์แข็งแร็งมั้ย
  2. ความสัมพันธ์กับสามี ญาติพี่น้อง เพื่อน เช่น ร่างกายเปลี่ยนแปลงกลัวสามีไม่รัก  ต้องงดการสังสรรค์กับเพื่อน
  3. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้อารมณ์เปลี่ยน เช่น ขี้น้อยใจมากกว่าปกติ เกิดอาการซึมเศร้า
  4. มีอาการเหมือนคนป่วย ปวดหลัง อาเจียน อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ท้องแน่น ปวดฉี่บ่อย
  5. มีความกังวลเรื่องการคลอดจะคลอดแบบไหน ปลอดภัยหรือไม่
  6. โรคซึมเศร้าหลังคลอด เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ รู้สึกผิดที่มีลูก เป็นแม่ที่ไร้ความสามารถ เนื่องจากเป็นบุตรคนแรกทำอะไรไม่เป็น ไม่มีคนช่วยเลี้ยง ไม่มีที่ปรึกษา สามีก็ต้องไปทำงาน อาจหนักมากถึงขั้นอยากตาย
  7. ปัญหาตั้งครรภ์คุณแม่วัยรุ่นยังไม่พร้อมมีบุตร

 

เทคนิคการดูแลจิตใจ

  1. แม่ที่อารมณ์ดีในขณะตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ลูกมีอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย โตไว มีพัฒนาการดี ไม่เจ็บป่วยง่าย คิดว่าควบคุมจิตใจเพื่อลูก
  2. ระหว่างตั้งครรภ์พ่อแม่ควรสัมผัสครรภ์ พูดคุย สื่อสารกับลูกในครรภ์อย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือ เล่านิทาน เปิดเพลงคลาสิก จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและสร้างวงจรในสมองทำให้มีพัฒนาการทางภาษาอย่างรวดเร็ว เด็กจะสงบ สนใจสิ่งแวดล้อมภายนอก และมีความสุข
  3. คุณแม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อลูกหลับก็หลับบ้าง พักผ่อนหย่อนใจทำในสิ่งที่ชอบ เช่นเที่ยวสวนสาธารณะ ทำงานฝีมือ
  4. ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้เช่น การเดิน แกว่งแขน
  5. เมื่อลูกร้องไห้โยเย ต้องเข้าใจว่าเป็นการสื่อสารของทารกในขณะที่เค้ายังพูดไม่ได้ ควรเลี้ยงดูด้วยความรัก ปลอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล ทารกจะรับสัมผัสจากคุณแม่ได้
  6. พ่อแม่ต้องเตรียมตัวศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกไว้บ้าง ได้แก่ อาหาร อุปกรณ์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ การทำความสะอาด การสอน การดูแลเมื่อเจ็บป่วย
  7. สามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานสาธารณสุขชุมชน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบในพื้นที่ ถ้ามีปัญหาที่รุนแรง อาจต้องไปพบจิตแพทย์

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่