ท่องเที่ยว ภาคเหนือ » เวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่

เวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่

8 พฤศจิกายน 2016
31   0

 

จังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งจังหวัดที่อยู่ในแผ่นดินล้านนา ดั้งนั้นชื่อสถานที่ต่างๆก็จะค่อนข้างแปลกหูแปลกตาบ้าง แต่ก็แฝงความน่าสงสัยอยู่ในชื่อนั้นๆ ดังเช่น เวียงกุมกามนครโบราณใต้พิภพ ความน่าสนใจของเวียงกุมกามอยู่ตรงที่เป็นเมืองที่หายสาปสูญไปกว่า 700 ปี แล้วเพิ่งมาขุดพบได้ไม่นานทำให้เราได้ทราบกันว่า เวียงกุมกาม ไม่ได้มีอยู่แค่ในพงศาวดารแต่มีอยู่จริงในเมืองไทยเรา

 

เราเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ถนนเส้น เชียงใหม่ – ลำพูน เอาเป็นว่าจะแยกเชียงใหม่ที่จังหวัดลำปางจนถึงซุปเปอร์ไฮเวย์ที่เชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอหางดง ตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกสะเมิง ให้เลี้ยวขวาจะผ่านบิ๊กซีสนามบิน ให้ขึ้นสะพานน้ำปิงประมาณไม่เกิน 500 เมตรเท่านั้น ชัยชนะก็เป็นของเรา ถึงแว้ว ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม รีบลงรถเลยแบบว่าอยากไปแล้ว การบริการนำเที่ยวรอบเวียงกุมกามที่นี้มีหลายรูปแบบ ที่เราสนใจก็มี 2 อย่างคือนั่งรถม้า ประมาณ 400 มีคนขับรถม้าเป็นผู้บรรยายภาคสนาม กับอีกอย่างก็นั่งรถรางเช่าเหมาคัน 1-10 คนก็ 300 บาท เราเลือกอย่างหลัง เพราะไปกันแค่กลุ่มเรา เนื่องจากมีมากถึง 22 วัดในเวียง ดังนั้นเราขอยกมาคุยเพียงวัดที่น่าสนใจ(สำหรับเรา)แล้วกันนะ

 

วัดพันเลา – มีแต่ซากศิลาให้เห็นว่าเป็นเขตวัดเท่านั้น แต่ความน่าสนใจอยู่ที่รอบๆวัดเป็นบ้านคนเต็มไปหมดแสดงให้เห็นว่า ยังคงสามารถขุดหาพื้นที่เวียงได้อีกแต่ยังไม่สามารถทำได้เพราะติดเรื่องงบประมาณ อาจต้องเวรคืนที่ดิน และบ้านคนก็อาจสร้างอยู่บนพื้นที่วัด แปลว่า คนสร้างบ้านคร่อมวัดไว้

 

วัดอีค่าง – วัดนี้ค่อนข้างสมบูรณ์เพราะมีเหมือนฐานวิหาร เห็นเสาหัก แล้วก็กู่(เจดีย์) เค้าว่าสมัยก่อนเป็นที่อยู่อาศัยของลิง

 

วัดปู่เปี้ย – วัดนี้ก็ค่อนข้างสมบูรณ์เห็นเป็นเหมือนกำแพงวัด แล้วก็มีกู่ ข้างๆวัดมีร่องน้ำ มีสวนและบ้านคน คือมันไม่สมบูรณ์ก็ตรงนี้นี่หละ ทำให้บรรยากาศเสียไปเล็กน้อย

advertise

 

วัดธาตุขาว – วัดนี้มีองค์พระด้วย ข้างๆองค์พระไม่แน่ใจว่าเป็นวิหารรึเปล่าพอดีเดินออกมาเดี่ยวๆเลยไม่ได้ตามไกด์ แต่สร้างร่มใหญ่ๆมาคลุมองค์พระหน่อยก็ดีเนอะกลัวจะสึกกร่อนไปตามกาลเวลาอีก แบบว่าเสียดาย ตอนนี้เริ่มร้อนแล้วนะ

 

วัดพระเจ้าองค์ดำ วัดพระญามังราย – วัดพระองค์ดำไกด์ว่าในวัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ดำจึงเป็นชื่อวัดส่วนวัดพญามังรายจริงๆแล้วไม่ปรากฎในประวัติศาสตร์แต่ตั้งอยู่ใกล้วัดพระองค์ดำจึงเป็นการเทิดพระเกียรติพระยามังรายจึงขนานนามวัดนี้ขึ้นมา

 

วัดช้างค้ำ – วัดนี้ตอนเดินเข้าไปก็จะเห็นป้ายเขียนว่า จุดค้นพบเวียงกุมกาม พ.ศ. 2527 ลักษณะของจุดแรกที่ค้นพบก็เป็นเหมือนพระวิหารยาว และมีต้นโพธิ์ที่ตามแผ่นจารึกเขียนไว้ว่าพญามังรายเอาเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศลังกา เดินไปอีกนิดก็จะมีวิหารพ่อขุนเม็งรายเป็นองค์ดำก็เข้าไปกราบท่านด้วย ด้านหลังก็จะเป็นกู่ช้างค้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด

 

สุดท้าย วัดกู่คำ – ที่นี่ถ้าใครเคยไปวัดจามเทวีที่ลำพูนก็จะเห็นว่าลักษณะของกู่มีความคล้ายกันมาก เราเดินเข้าไปในวิหารคือปกติจะเห็นเป็นบันไดนาคแต่อันนี้ไม่ใช่ลักษณะเหมือนบันได้ข้างวิหารวัดเขาพระสุโทนที่จังหวัดแพร่แต่ตัวยาวกว่าเหมือนเค้าคาบเงินกองเบ้อเร่ออยู่ในปาง เออ แปลกดี

 

เรียกได้ว่าต้องไปกันอีกสักครั้งเพราะพื้นที่เวียงกุมกามกว้างใหญ่มาก ไปไม่หมด ประกอบกับอากาศร้อนพอควรด้วยเลยขอยอมแพ้ แต่ยังงัยต้องมีคราวหน้าแน่นอนเพราะเวียงกุมกามยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเวียงล้านนาที่ยังไม่ได้มีการแต่งเติมมากนัก ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาให้ได้ เวียงกุมกามนครใต้พิภพ

 

 

 

อ่านบทความท่องเที่ยวภาคเหนือ ที่นี่

ที่มาภาพ : klang.cgd.go.th , travel.mthai.com , www.bloggang.com