สาระน่ารู้ » กิจกรรมเพื่อเพิ่มทักษะแก้ปัญหาของลูกในครรภ์

กิจกรรมเพื่อเพิ่มทักษะแก้ปัญหาของลูกในครรภ์

6 มกราคม 2017
35   0

ช่วงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ฮอร์โมนแม่ที่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณแม่หงุดหงิดง่าย และมีความกังวล หลายอย่างทำให้จิตใจไม่สงบ ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ส่งผลถึงลูกในครรภ์ กิจกรรมที่จะช่วยฝึกให้เด็กทารกมีทักษะการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย  มีความสุข ทำให้เกิดผลดีต่อวงจรการทำงานของสมองลูกน้อยด้วย

1.สมาธิของคุณแม่ คุณแม่จึงควรทำจิตใจให้สงบ การทำสมาธินั้นไม่ใช่การนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเอาใจไปจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ได้ มีการวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้ที่มีสมาธิดีสมองจะทำงานได้ดี ส่งผลให้ความสามารถในการจำดี เป็นการเพิ่มศักยภาพของเซลล์สมองให้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความดันโลหิต ความเจ็บปวด  สมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคุณแม่มีสมาธิ มีจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น จะก่อให้เกิดความสงในจิตใจ โดยคุณแม่สามารถทำสมาธิในชีวิตประจำวันได้ดังนี้คือ

advertise
  • เคี้ยวอาหารอย่างละเอียด : คุณแม่ต้องตัดใจที่จะทานอาหารอย่างเดียว ไม่ทำอย่างอื่นไปด้วย เช่นทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ดูทีวีไปด้วย คุณแม่ต้องมีใจจดจ่อกับการทาน เคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ ให้ละเอียด ไม่ต้องรีบ นอกจากจะได้สมาธิแล้ว อาหารก็ละเอียดเป็นผลดีต่อระบบการย่อยอาหารอีกด้วย ทำให้ลูกเกิดความสงบ
  • การเดินอย่างมีสมาธิ : เป็นการออกกำลังกายไปด้วย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขณะเดินลูกจะเคลื่อนไหวตามไปด้วย ช่วยในเรื่องประสาทสัมผัส
  • นั่งผ่อนคลาย : ให้คุณแม่หามุมที่นั่งสบายๆ จะเป็นในสวนหลังบ้านที่มีลม มีแดดอ่อนๆ หรือในห้องนั่งเล่น จากนั้นหลับตา พร้อมนับลมหายใจ เข้า-ออก ของตนเองช้าๆ ประมาณ 15 นาที ลูกน้อยจะเกิดความสงบตามแม่ไปด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสมองของลูก
  • กิจกรรมยามว่าง : กิจกรรมที่ทำให้จิตใจเราเกิดความสงบ เกิดสมาธิเช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ ถักนิตติ้ง เมื่อคุณแม่เกิดความสงบ หัวใจจะเต้นในจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลต่อสมองของลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการในทุกๆ ด้านของเค้า

 

2.เคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาทักษะการรับความรู้สึก ช่วงแรกลูกมีขนาดเล็กสามารถเคลื่อนไหวสะดวก เมื่อน้ำหนักมากขึ้นจะมีการสัมผัสระหว่างผิวทารกกับผิวด้านในของมดลูก การเคลื่อนไหวของน้ำคร่ำ และรอบๆตัวทำให้ทารกได้มีการพัฒนาระบบประสาทรับความรู้สึก เมื่อแม่เคลื่อนไหวทารกก็จะเคลื่อนไหวได้ตาม ส่งผลต่อการสร้างใยประสาท และเซลล์สมองของลูกด้วย

 

3.คลื่นเสียงที่ดีพัฒนาสมองลูกน้อย   ระบบประสาทการรับเสียงเริ่มทำงานเมื่ออายุครรภ์ครบ 18 สัปดาห์ คลื่นเสียงที่เหมาะสมจะไปกระตุ้นเครือข่ายใยประสาทการได้ยินให้พัฒนาระบบการทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อลูกออกมาดูโลก จะมีความสามารถจัดลำดับความคิดในสมอง จดจำสิ่งต่างๆ ได้ดี จากการวิจัยพบว่าลูกน้อยมีการเคลื่อนไหวตอบสนองตามเสียงที่มีจังหวะเร็ว –ช้าได้ สามารถแยกแยะเสียงที่คุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ รวมถึงจดจำเสียงที่ได้ยินบ่อยๆ

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่