สาระน่ารู้ » ลูกพัฒนาการช้าเพราะดูทีวีใช่หรือไม่

ลูกพัฒนาการช้าเพราะดูทีวีใช่หรือไม่

14 กุมภาพันธ์ 2017
34   0

 

ในที่นี้รวมไปถึง แผ่นการ์ตูน ยูทูบ ไอแพด แท็บเลต ต่างๆ สิ่งไหนที่มีคุณก็ย่อมีโทษได้เหมือนกัน ผู้เขียนเคยเจอเด็กที่พูดภาษาต่างดาวด้วยค่ะ ตอนแรกคิดว่าน้องเค้ามาจากดาวนาแม๊ก(ใครรู้จักบ้างเอ่ย) ถามไปถามมาเนื่องมาจากพ่อเค้าเปิดแผ่นการ์ตูนภาษาอังกฤษให้ดูทั้งวัน พ่อเค้าคงคิดว่าให้ฝึกภาษาอังกฤษมั้งคะ เวลาเด็กดูทีวีเด็กจะสนใจภาพเคลื่อนไหวในทีวีมากกว่าที่จะฟัง เด็กไม่ได้ฝึกใช้สมองเพราะทีวีใส่ข้อมูลให้เด็กอย่างเดียว เป็นการสื่อสารทางเดียวถ้าคุยกับคนจะได้ฝึกการโต้ตอบกันได้มากกว่า

 

เด็กจะมีปัญหาพฤติกรรมผิดปกติ คล้ายเด็กไฮเปอร์สมาธิสั้น คล้ายเด็กออทิสติก เด็กจะไม่พูด ไม่สบตา ชอบเล่นคนเดียว แก้ปัญหาโดยให้ที่บ้านปิดทีวี (ถ้าติดเกมส์ก็ต้องใจแข็งให้เลิกเล่นเลยค่ะ) เพราะเด็กดูทีวีมากเกินไป ผู้ใหญ่ก็ต้องยอมอดดูไปด้วย (ผลพลอยได้คือผู้ใหญ่ก็จะได้มเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น เช่นไปเดินเล่น หรือชวนกันไปออกกำลังกาย ไปปิ๊กนิคกัน) ผลคือลูกสบตาและพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้นภายใน เวลาอันรวดเร็ว ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

advertise

 

การจะให้ลูกเลิกดูทีวี คือ ต้องใจแข็งค่ะ ลูกโวยวายก็อย่าตามใจ ถ้าร้องไห้หนวกหู ก็หาอะไรอุดหูไว้ อาจบอกว่าทีวีเสียหรือสัญญาณล่ม หรือเครื่องเล่นแผ่นซีดีพัง แล้วหากิจกรรมอื่นให้ลูกทำ อย่าให้เขาว่าง เพราะจะคิดถึงทีวีมากขึ้น เวลาผ่านไป 2-3 อาทิตย์ ค่อยเปิดทีวีได้ แต่ต้องกำหนดเวลา เวลาว่างก็อ่านหนังสือแทน

 

เด็กที่โตหน่อยก็จะมีเลียนแบบ การต่อสู้กับสัตว์ประหลาด นำไปใช้กับเพื่อนจนเกิดอันตราย มีพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์เสียง่าย เหมือนอาการติดเกมส์ ชวนไปไหนไม่ไปเพราะต้องการสนุกกับการเอาชนะ ทำให้อ่านหนังสือไม่จำ ผลการเรียนตกต่ำ ถ้าดูตามลำพังไม่มีคนแนะนำ ยิ่งมีทีวีในห้องส่วนตัวยิ่งอันตราย เด็กจะได้รับข้อมูลที่ผิด คิดดูสิคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกของคุณ เด็กจะขาดทักษะในการหาทางออก ในเวลาที่เกิดความเบื่อหน่าย ไม่สบายใจ หงุดหงิด ทำให้ขาดพลังงานในการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ทำให้เป็นคนท้อแท้ง่ายเมื่อโดนกระทบจิตใจ ไม่ได้ฝึกความสามารถที่จะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้ทีวีเพื่อฆ่าเวลาหรือลืมปัญหาที่เกิดขึ้น แม้เป็นการชั่วคราวก็ยังดี

 

การไม่ได้ออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกาย ทำให้ขาดทักษะด้านการเคลื่อนไหว ทำให้เป็นคนงุ่มง่าม ติดโรคง่าย ไม่แข็งแร็ง และเป็นโรคอ้วนเนื่องจากการนั่งอยู่หน้าจอทีวีมีการใช้พลังงานน้อยมาก บางครั้งเด็กก็กินขนมไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร หรือทำให้อยากกินขนมจากการโฆษณา

 

ข้อแนะนำในการดู:

  • การใช้แทบเลตให้เป็นประโยชน์ผู้ปกครองควรแนะนำ เอาไว้ใช้ดูสัตว์ ดอกไม้ หายาก ที่ไม่ได้เห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน ควรกำหนดแวลาไม่ควรเกินวันละชั่วโมง
  • กิจกรรมอื่นที่น่าสนุก และเป็นที่นิยม เช่น การเล่นสมมติ การวาดรูประบายสี การสื่อสารพูดคุยกับผู้อื่น ขี่จักรยาน กีฬาเทควันโด นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง ล้อมวงกันเล่านิทาน เรียนดนตรี เด็กเล็กพ่อแม่ก็เล่านิทานให้ฟัง

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่