สาระน่ารู้ » 12 สรรพคุณทางยาของกระชาย

12 สรรพคุณทางยาของกระชาย

14 กุมภาพันธ์ 2017
28   0

 

ภูมิศาสตร์ของประเทศไทยถือว่า มีความอุดมสมบรูณ์ทางชีววิทยามาก ไม่ว่าจะทำการเกษตรอะไรก็สามารถทำได้ จึงทำให้อาชีพหลักของประชาชนในประเทศไทยทำการเกษตร ปลูกข้าว ปลูกพืช เลี้ยงหมู ไก่ ทำประมง อื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น จึงทำให้ผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีมากมาย และอีกเรื่องที่ทำให้ประเภทไทยเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็คือเรื่องของสมุนไพร  ที่มากมายและสามารถหาได้จากชุมชนใกล้บ้านคุณ ไม่ต้องออกไปไหนไกล บางบ้านไม่ต้องเสียตังค์ซื้อปลูกไว้กินเองที่บ้านเลย  บทความนี้ก็เป็นอีกบทความหนึ่งที่เราจะมาพูดถึง  สรรพคุณของกระชาย ที่ล่าสุดมีการค้นพบว่า สามารถต้าน HIV  ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในโลกทางการสืบพันธุ์ หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ โรคเอดส์   เรามาทำความรู้จักกันว่า กระชาย มีคุณสมบัติและความสำคัญอย่างไงบ้าง

 

กระชาย จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปเอเชียตอนใต้  เป็นพืชประเภทล้มลุก มีรากอวบขนาดใหญ่  เหง้าจะสั้น สามารถแตกหน่อได้ ส่วนใหญ่จะสามารถเติบโตในร้อนชื้น ใบจะมีไม่มากจะมีเพียง 2-7 ใบ  จะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว มีความยาวไม่มากนักประมาณ 12-50 ซม. ความกว้างประมาณ 5-12 ซม. ลักษณะของใบจะโค้งมนปลายแหลม หากปลูกไว้นานๆจะออกดอก จะมีสีชมพู่อ่อนหรือสีขาว ผลของกระชาย เป็นส่วนที่นำมาทำอาหาร  คนในประเทศไทยนิยมมาก เพราะ กระชายมีสรรพคุณทางยา หรือที่เรียกกันว่า เป็นสมุนไพร มีสรรพคุณดังต่อไปนี้

advertise

 

  1. ช่วยบำรุงร่างกาย เหมือนเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถใช้ได้ทั้งเพศหญิงและชาย
  2. ส่วนรากของกระชายจะช่วยบรรเทาอาการเป็นโรคกระเพาะได้
  3. ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับโรคไส้เลื่อนของเพศชายได้
  4. ช่วยลดบรรเทาอากาศจุกเสียบแน่นหน้าอก
  5. สำหรับเพศชายใช้แก้ปัญหาโรคนกเขาไม่ขันได้
  6. ใบ สามารถใช้แก้โลหิตที่เป็นพิษได้
  7. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย ให้มีปริมาณที่เหมาะสม
  8. เหง้ากระชายสามารถแก้อาการตกขาวที่เกิดขึ้นของสตรีได้
  9. สำหรับสตรีมีครรภ์สามารถช่วยขับน้ำคาวปลาได้
  10. เหง้าใต้ดิน สามารถแก้อาการของกามที่ตายด้านได้
  11. เหง้าสดๆ นำเอามาฝนหรือใช้ตำก็ได้ จากนั้นก็เอามาผสมกับน้ำปูนใส  แล้วนำไปรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา
  12. กระชายมีสารที่สามารถต้านเชื้อไวรัส HIV ได้

 

วิธีการนำเอารับประทาน ใช้รากและเหง้าของกระชาย นำมาปอกเปลือกออกแล้ว จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำเอาไปตากให้แห้ง และบดให้กลายเป็นผง จากนั้นก็เอาผงนั้นมาชงกับน้ำร้อนเหมือนยาสมุนไพรทั่วๆไป จะสามารถบำรุงหัวได้  จะสามารถใช้รับประทานได้เพียงครั้งเดียว

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่