สาระน่ารู้ » ทำความเข้าใจเด็กปัญญาอ่อนไม่ยากเลย

ทำความเข้าใจเด็กปัญญาอ่อนไม่ยากเลย

23 กุมภาพันธ์ 2017
23   0

 

อย่าทำให้เด็กรู้สึกอับอาย

คำว่าเด็กปัญญาอ่อนเป็นคำพูดที่คล้ายการดูถูกดูหมิ่นหรือเหยียดหยาม มีความพยายามหาคำพูดที่ใช้เรียกเด็กที่มีสติปัญญาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เช่นพัฒนาการช้าหรือมีความด้อยด้านความคิดหรือคำอื่นๆ แต่หากมีการเลี่ยงไปใช้คำอื่นอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนด้านความเข้าใจในเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารได้ ดังนั้นโดยทั่วไปจึงยังไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นต้องเลี่ยงไปใช้คำอื่น แต่ควรเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อเด็กกลุ่มนี้มากกว่า ว่าเป็นเพียงภาวการณ์อย่างหนึ่งเท่านั้นก็พอ โดยเด็กกลุ่มนี้จะอยู่ได้ยากในสังคมหากปราศจากการช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่หากได้รับความช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพอื่นๆ ในตัวเองได้ การได้รับความรักและสามารถตอบแทนกลับต่อสังคมหรือผู้ใกล้ชิดได้จะทำให้เด็กเหล่านี้รู้สึกดีขึ้นได้ ดังนั้นภาวะปัญญาอ่อนจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่น่าอับอาย

 

พัฒนาการต่าง ๆ ที่ช้าในเด็กปัญญาอ่อน

เด็กปกติจำนวนไม่น้อยมีความเป็นไปได้ที่จะมีพัฒนาการช้ากว่าเกณฑ์เฉลี่ย เช่น เดินช้า พูดช้า แต่นั่นไม่ได้หมายถึงความผิดปกติในอนาคต เพราะที่สุดแล้วเด็กเหล่านี้จะสามารถพัฒนาได้เหมือนเด็กคนอื่นโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือครูฝึก แต่สำหรับเด็กบางคนแม้เวลาผ่านไป ก็ยังทำไม่ได้ ทำให้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอจะมองออกได้เมื่อเด็กอายุ 1-2 ขวบแต่บางคนดูอาการยากต้องรอจนเข้าโรงเรียนจึงทราบ

 

นิยามของเด็กปัญญาอ่อน

นิยามของคำนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งการจะบอกว่าปัญญาอ่อนหรือไม่ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ใช้ผลทดสอบ iq เป็นตัววัดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความสามารถของเด็กในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่นการช่วยเหลือตัวเอง การกิน การแต่งตัว การสื่อสารกับผู้อื่น และการแสดงความคิด การเรียนหนังสือ การทำงานบ้าน ในอดีตมีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ ช้ากว่าปกติเล็กน้อย ช้ากว่าปกติปานกลาง และช้ากว่าอย่างมาก ปัจจุบันหลีกเลี่ยงการแบ่งดังกล่าวเพื่อป้องกันการเป็นตราบาปติดตัว หรือทำให้เด็กรู้สึกอับอายแต่จะใช้วิธีประเมินว่าเด็กต้องการความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด เช่น ต้องการเฉพาะเวลาที่ไปโรงเรียนหรือต้องการตลอดเวลา

advertise

 

สาเหตุของเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการช้ากว่าวัย

ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจระบุสาเหตุได้ชัดเจน เช่น สมองพิการมาแต่กำเนิด โรคหัดเยอรมันในหญิงตั้งครรภ์ โรคโครโมโซมผิดปกติ แต่หากมีอาการรุนแรงน้อยจะระบุสาเหตุได้ยาก เพราะเป็นที่ทราบดีว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อสมอง เช่น ได้รับสารตะกั่วหรือสารปรอท การขาดสารอาหารที่จำเป็นเช่น ไอโอดีน เหล็ก ได้รับแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ แต่ส่วนใหญ่ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ขณะที่บางรายเกิดจากการขาดการกระตุ้นการพัฒนาการที่เหมาะสม เช่น การอ่านหนังสือให้เด็กฟังแต่เมื่อได้รับการกระตุ้นแล้วเด็กจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้

 

เด็กที่มีปัญหาพัฒนาช้าต้องการอะไร

เด็กกลุ่มนี้ ต้องการความรักและการยอมรับ ทำให้เด็กที่ขาดความมั่นใจในตัวเองต้องการโอกาสในการประสบความสำเร็จ

  • เด็กที่ชอบทำตัวเกเรเพื่อเรียกร้องความสนใจต้องการคำแนะนำว่าทำอย่างไรจึงเป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น
  • เด็กที่ไม่มีเพื่อนต้องการคำแนะนำในการเป็นที่ยอมรับและเป็นคนที่น่าสนใจ
  • เด็กที่ดูเป็นคนเกียจคร้านต้องการการกระตุ้นให้มีความกระตือรือร้นมากขึ้น

ในอดีตชื่อว่า โรงเรียนมีหน้าที่สอนให้เด็กอ่านคิดเขียนและจดจำข้อมูลต่างๆในโลกใบนี้ แต่ที่จริงแล้วคนเราไม่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่จำแต่เราเรียนรู้จากสิ่งที่ให้ความหมายแก่ตัวเรามากกว่า

 

เด็กที่มีปัญหาพัฒนาช้า และต้องการความสนใจเป็นพิเศษต้องการอะไร

หากอยู่ที่โรงเรียนต้องมีการจัดการเรียนการสอนที่ดี จะตอบสนองความต้องการของเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม เช่น

  • เด็กที่มีปัญหาการเรียนอ่านเขียนได้ช้ากว่าเพื่อน เพื่อนในชั้นทำให้รู้สึกอับอายไม่อยากไปโรงเรียนเพราะรู้สึกว่าเพื่อนมองว่าตัวเองเป็นเด็กโง่ บางครั้งแกล้งทำตัวแย่ๆเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อน
  • เด็กที่มีปัญหาการไม่ยอมไปโรงเรียน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กไม่ได้ไปเพียงแค่เรียนอ่านเขียนเท่านั้น หากแต่เค้าสามารถแสวงหาที่ที่จะยอมรับตัวตนของเขา ยอมรับให้เข้ากลุ่มได้

 

ดังนั้นครูที่ดีจะคุยกับพ่อแม่ว่าเด็กมีจุดดีจุดเด่นอะไรบ้าง เช่น อาจพบว่าศิลปะเป็นสิ่งที่เด็กทำได้ดี ครูจึงให้เด็กทำงานกลุ่มเกี่ยวกับศิลปะ ก็จะทำให้เด็กได้แสดงความสามารถออกมาได้ดีพร้อมทั้งได้รับการยอมรับ เมื่อเด็กโตขึ้นเขาก็อยากเรียนรู้ศิลปะที่ลึกซึ้งมากขึ้น เขาจะพยายามอ่านเรื่องที่เขาสนใจมากขึ้นทั้งๆ ที่เดิมทีเขาเกลียดการอ่าน ก็จะทำให้เพื่อนๆ เริ่มขอความช่วยเหลือด้านศิลปะจากเขา ทำให้เขารู้สึกเป็นที่ยอมรับและมีเพื่อน ทำให้เขาอยากไปโรงเรียนมากขึ้น อยากมีสังคมมากขึ้น

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่