สาระน่ารู้ » แนะนำวิธีที่ทำให้ลูกรักมีภูมิต้านทานต่อโรคหวัด

แนะนำวิธีที่ทำให้ลูกรักมีภูมิต้านทานต่อโรคหวัด

27 กุมภาพันธ์ 2017
14   0

 

หลายคนชื่อว่าเวลาถูกอากาศเย็นหรือร่างกายเหนื่อยล้าจะเป็นหวัดง่าย ดังนั้นจึงเชื่อว่าการใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นหรือพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยไม่ให้เป็นหวัดง่าย อากาศที่เย็นและแห้งทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวมและมีน้ำมูกจึงไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นเกินไป

 

ตามหลักแล้วเด็กๆ ควรได้รับอาหารครบ 5 หมู่ แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเด็กที่กินอาหารอย่างสมดุลจะเป็นหวัดน้อยกว่าเด็กที่กินอาหารไม่สมดุล ซุปไก่เป็นอาหารยอดนิยมในหลายๆ วัฒนธรรมแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเชื่อดังกล่าว ไม่มีข้อพิสูจน์ที่เชื่อถือได้ว่าวิตามินซีขนาดสูงช่วยป้องกันการเป็นหวัด การเสริมธาตุสังกะสีในคนที่มีแร่ธาตุชนิดนี้ สามารถช่วยได้แต่ไม่ช่วยอะไรถ้ามีอยู่แล้วในระดับปกติ ส่วนเอคินาเซียเป็นสมุนไพรซึ่งมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งส่วนใหญ่มาจากทางยุโรปแนะนำว่า การอมลูกอมหรือชาที่มีเอคินาเซียอาจช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้นเล็กน้อย

 

เด็กๆ ที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลจำนวนมากคือเด็กอายุ 4 ถึง 24 เดือน เป็นช่วงที่เป็นหวัดบ่อย เป็นแล้วมีอาการนานกว่าและมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเฉลี่ย 7 ครั้งใน 1 ปีและบ่อยกว่า ถ้ามีพี่เข้าโรงเรียนแล้ว หลังอายุ 2-3 ขวบจะป่วยน้อยลงและรุนแรงน้อยลง อายุ 9 ขวบป่วยน้อยกว่า 6 ขวบครึ่ง อายุ 12 ปีป่วยน้อยกว่า 9 ขวบครึ่ง ซึ่งข้อมูลนี้อาจช่วยปลอบใจพ่อแม่ที่มีลูกเล็กซึ่งดูเหมือนจะป่วยตลอดเวลาได้

advertise

 

ความเครียด และการอยู่รวมกันมาก ๆ เป็นบ่อเกิดของโรคหวัด

มีบางรายงานพูดถึงเด็กที่เป็นหวัดบ่อยว่า มักเป็นผู้มีความเครียดหรือไม่มีความสุขเพราะความเครียดทำให้ภูมิต้านทานลดลงจนง่ายต่อการติดเชื้อด้วย การอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่อับ อากาศไม่ถ่ายเท เด็กที่อยู่ในฟาร์มจะมีโอกาสเป็นหวัดน้อยเพราะอยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่ค่อยเจอเชื้อโรค แต่เด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาลที่มีจำนวนเด็กมาก คนที่มีเชื้อโรคสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อนแสดงอาการป่วย จึงยากในการป้องกันไม่ให้แพร่กระจายเชื้อต่อผู้อื่นได้

 

การป้องกันไม่ให้โรคหวัดแพร่กระจายในบ้าน หากในบ้านมีคนเป็นหวัด เด็กเล็กคือกลุ่มเสี่ยงที่จะติดหวัดง่ายที่สุด โดยเฉพาะบ้านที่มีขนาดเล็กและทุกคนใช้ห้องร่วมกัน เชื้อหวัดจะแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยละอองฝอยจากการจาม จึงควรหลีกเลี่ยงการไอ การจาม หรือหายใจรดหน้าผู้อื่น อีกทั้งควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง ส่วนของที่ลูกแอบเอาเข้าปากถ้าเป็นการติดเชื้อจากคนนอกบ้าน ป้องกันโดยไม่พาลูกออกไปนอกบ้านหรือห้ามคนอื่นจับหรือใกล้ชิดลูกจะเป็นการช่วยยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อหวัดได้อีกทาง

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่