สาระน่ารู้ » มาดูกัน เปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงจากวัคซีนของเด็ก

มาดูกัน เปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงจากวัคซีนของเด็ก

19 มีนาคม 2017
24   0

 

เปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงจากวัคซีน

ในโลกอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลมากมายกล่าวถึงความเสี่ยงของวัคซีนโรคร้ายคือส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่พ่อแม่ไม่น้อยมีความกังวลและจำนวนหนึ่งมีความกลัวที่จะให้ลูกรับวัคซีน แต่ความเป็นจริงคือประโยชน์ของวัคซีนฉีดเพื่อการป้องกันไม่ให้ลูกเจ็บป่วยมีประโยชน์มากกว่าอันตรายหรือความเสี่ยงจากวัคซีน โดยมีการยืนยันจากหมอผู้เชียวชาญทุกท่านที่ดูแลผู้ป่วยไม่ใช่จากบริษัทผู้ผลิตวัคซีน

 

ยกตัวอย่างวัคซีนฮิบ ก่อนมีการฉีดวัคซีนพบเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบป่วยเป็นโรคติดเชื้อเห็ดชนิดรุนแรง รวมกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบปีละ 2 หมื่นคน ในปี ค.ศ. 2000 จำนวนผู้ป่วยลดลงมาเหลือเพียง 50 คนต่อปี

 

ความเสี่ยงหรืออันตรายจากวัคซีนส่วนใหญ่ เป็นเพียงเล็กน้อย เจ็บกว่าถูกยิง แต่เจ็บน้อยกว่าถูกเหยียบนิ้วเท้า เด็กบางคนมีอาการปวดบริเวณที่ถูกฉีดและอาจมีอาการแข็งเป็นไตซึ่งใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะหาย พบน้อยมากที่มีอาการไข้สูง และพบน้อยมากคือหนึ่งในแสน เด็กอาจมีอาการร้องไห้มากต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนผิดปกติ หรือมีอาการชัก อาการดังกล่าวน่ากลัวและน้อยมากๆที่นำไปสู่ปัญหาระยะยาวที่รุนแรง แต่ก็ยังพบน้อยกว่าการเป็นโรคจิต case จริงซึ่งรุนแรงและน่ากลัวมากกว่า

 

วัคซีนทำจากอะไร
ส่วนใหญ่ทำจากไวรัสหรือแบคทีเรียที่ตายแล้ว เช่นวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดโดยใช้เพียงชิ้นส่วนของเชื้อโรค เช่น วัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ วัคซีนฮิบ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี และ วัคซีนนิวโมคอคคัส วัคซีนบางชนิดใช้ต้านพิษของแบคทีเรีย เช่น โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก วัคซีนบางชนิด เช่น หัดเยอรมัน คางทูม และ สุขใส ทำจากไวรัสตัวที่ทำให้อ่อนฤทธิ์จนไม่ทำให้เกิดโรคในเด็กที่มีความแข็งแรงปกติ หรืออาจทำให้เกิดอาการคล้ายเป็นโรคเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำผิดปกติ เช่น เด็กที่ได้รับยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็งหรือเด็กที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้มีภูมิต้านทานต่ำ

advertise

 

วัคซีนมีความปลอดภัยสูง
ในอดีตวัคซีนโปลิโอชนิดกินเป็นวัคซีนตัวที่ทำให้เกิดโรคโปลิโอ 2-3 ปีแรก เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวจึงเปลี่ยนเป็นชนิดฉีดซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว วัคซีนไอกรนเคยมีชื่อเสียงในด้านความเจ็บปวดและมีไข้หลังการฉีดวัคซีนและวัคซีนรุ่นใหม่ชนิด drive เซลล์มีผลข้างเคียงลดลงอย่างมาก การได้รับสารปรอทก่อนคลอดหรือช่วง 2-3 ปีแรกอาจทำให้สมองผิดปกติ ในอดีตมีวัคซีนหลายชนิดที่มีสารกันเสียที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบและยังไม่มีรายงานความผิดปกติดังกล่าว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดวัคซีนในปัจจุบันแทบไม่มีสารดังกล่าวแล้ว

 

วัคซีนและโรคออทิสติก
ปัจจุบันพบโรคออทิสติกเพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเกิดเพราะอะไร จึงมีคำถามมากเป็นเพราะวัคซีนหรือบางสิ่งที่อยู่ในวัคซีนเป็นสาเหตุหรือไม่ มีหลายทฤษฎีและการศึกษาอีกหลาย ๆ อย่างบอกว่าน่าจะเป็นจากวัคซีน MMR คือ หัดเยอรมัน คางทูม การศึกษาที่เชื่อถือได้จำนวนมากมายไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เช่น ไม่พบความบ่อยกว่าของโรคออทิสติกในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน

 

ในปีคศ 2001 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าวัคซีน MMR ไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคออทิสติก หากไม่ได้รับวัคซีนพบว่าผู้ป่วยจะเป็นเป็นโรคหัดมากขึ้นทำให้เกิดความผิดปกติที่สมองจากไวรัสขึ้นไปทำลายสมอง ซึ่งเสียหายมากกว่าอันตรายจากการฉีดวัคซีนหลายเท่าตัว สรุปว่ายังแนะนำให้ฉีดวัคซีน MMR ได้ต่อไป วัคซีนยังถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังซึ่งพบว่าไม่เป็นความจริง

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่

อ้างอิง : ดร.สป๊อก-นายแพทย์เบนจามิน สป๊อก (เขียน).แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ (แปล).คำภีร์เลี้ยงลูก (385-386).กรุงเทพ.อมรินทร์สุขภาพ.2552.