สาระน่ารู้ » เด็กมีความเสี่ยงมากแค่ไหนกับ โรคจมูกอักเสบในเด็ก ไปดูกันเลย

เด็กมีความเสี่ยงมากแค่ไหนกับ โรคจมูกอักเสบในเด็ก ไปดูกันเลย

22 มีนาคม 2017
38   0

 

ความสำคัญของโรค
จมูกอักเสบหรือโรคหวัดพบบ่อยมากในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กและเด็กที่เพิ่งเข้าโรงเรียนหรือฝากเลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็กในช่วงอายุ 1-6 ปีแรก อาจเป็นหวัดไม่บ่อยเฉลี่ย 6-8 ครั้งต่อปีเมื่ออายุมากขึ้นจะเป็นหวัดน้อยลงตามลำดับเฉลี่ยประมาณ 3-4 ปีต่อครั้งต่อปีในเด็กโตและวัยรุ่น

โรคสมองอักเสบส่วนใหญ่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ส่วนน้อยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูกหลอดเลือดฝอยในโพรงจมูกขยายตัว ทำให้เยื่อบุจมูกบวมมีน้ำมูกและบางครั้งอาจทำให้เกิดอาการไข้ร่วมด้วย

อาการของผู้ป่วย
ผู้ป่วยจมูกอักเสบจะมีน้ำมูกใส และมักจะหายไปในเวลาไม่เกิน 3 วัน เด็กเล็กอาจมีอาการเบื่ออาหารเพราะกลัวหรือมีท้องเสียงร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเจ็บคอและไอแห้งและหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ อาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลมากก็จะหายได้เองภายใน 3-5 วัน

อาการของไข้หวัดอาจเป็นอาการของโรคบางโรค เช่น หัดเยอรมัน คางทูม ไอกรน ดังนั้นหากมีอาการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากอาการของไข้หวัดธรรมดา เช่น มีผื่น ไอรุนแรง ควรพาไปพบแพทย์

โรคหูอักเสบหายได้เองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในรายที่มีไข้สูงหรือมีอาการนานเกิน 1 สัปดาห์ เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ

advertise

การดูแลรักษา
โรคสมองอักเสบส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ เช็ดตัว หากมีไข้สูงให้ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารอ่อนๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ในรายที่มีอาการไอร่วมด้วยอาจให้จิบน้ำอุ่นๆ หรือให้น้ำผึ้งผสมมะนาว ในเด็กเล็กบางรายอาจมีน้ำมูกมากจนรบกวนการหายใจ อาจใช้น้ำเกลือเช็ดจมูกหรือใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูก การใช้อย่างอื่นควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยาลดน้ำมูกหรือยาแก้ไอใช้เองเนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้หากรับประทานยาเกินขนาดหรือใช้ยาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน

ผู้ป่วยที่มีไข้สูงไอมากหายใจลำบากหากรับประทานอาหารไม่ได้ซึมลงหรือมีอาการน้ำมูกเรื้อรังนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ควรพามาพบแพทย์

การป้องกัน
โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสซึ่งติดต่อกันได้โดยด้วยการสัมผัส มีอาการเชื้อปนเปื้อน การป้องกันทำได้โดยการล้างมือบ่อยๆ ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย ไม่ควรให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคหวัดคุกคือใกล้ชิดกัน นอกจากนี้การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และอยู่ในที่ๆมีอากาศบริสุทธิ์ปราศจากควันบุหรี่และอากาศเสีย จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหวัดได้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต มีส่วนช่วยให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่ดีและช่วยลดการติดเชื้อหวัดได้

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่

อ้างอิง : สุชีรา ฉัตรเพริดพราย และคณะ.โรคติดเชื้อ ภัยร้ายใกล้ลูกรัก (12-13).กรุงเทพ.ธนาเพรส.2550.