สาระน่ารู้ » คุณช่วยเด็กที่พูดติดอ่างได้นะ ไปดูกัน

คุณช่วยเด็กที่พูดติดอ่างได้นะ ไปดูกัน

24 มีนาคม 2017
34   0

 

พูดติดอ่างเกิดจากอะไร
เด็กเล็กๆแทบทุกคนเคยมีช่วงเวลาที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพูด บางครั้งคิดคำพูดไม่ทันเขาจึงพูดซ้ำๆ แล้วพูดอุปัฏฐากจึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เด็ก 1 ใน 20 คนมีปัญหาพูดติดอ่าง บางคนแสดงความยากลำบากในการเปลี่ยนคำพูดออกทางสีหน้า แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้เองมีเพียงหนึ่งในร้อยคนที่มีปัญหาติดอ่างค่อนข้างนาน

 

ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าการพูดติดอ่างเกิดจากอะไร อาจเป็นลักษณะแต่กำเนิดของเด็กเอง อาจจะเหมือน ๆ กับปัญหาพัฒนาการด้านภาษาและการพูดอื่นๆ คือพบบ่อยในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงมักพบบ่อยในครอบครัวเดียวกัน จึงคิดว่าพันธุกรรมอาจเป็นสาเหตุการตรวจสมองจะพบว่าสมองส่วนที่ควบคุมการพูดของผู้ใหญ่ที่พูดติดอ่างมีขนาดแตกต่างจากคนพูดปกติ

 

เดิมเคยคิดว่าการพูดติดอ่างเกิดจากความเครียดซึ่งเป็นไปได้ เพราะเด็กที่พูดติดอ่างจะมีอาการมากขึ้นเมื่อเกิดความเครียดในเด็กที่มีปัญหาความเครียดรุนแรง หลายคนไม่มีปัญหาการพูดติดอ่าง ดังนั้นความเครียดจึงไม่น่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว ส่วนพังผืดใต้ลิ้นหรือการไม่มีลิ้นไก่หรือลิ้นไก่สั้นไม่ได้เป็นสาเหตุของการพูดติดอ่าง

 

การพูดติดอ่างทำไมจึงพบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 2-3 ขวบมี 2 สาเหตุคือ ข้อแรกเพราะเป็นช่วงที่เด็กฝึกพูดตอนที่อายุน้อยกว่านี้ เด็กจะพูดเป็นคำๆ หรือประโยคสั้นๆ ซึ่งไม่ต้องกลั่นกรองคำพูดมากมาย เช่น ดูรถหรือจะไปข้างนอก แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นเขาต้องการสื่อความคิดใหม่ๆมากขึ้น เมื่อพูดประโยคยาวๆออกไปแล้วหาทางจบไม่ได้จึงต้องพูดซ้ำๆ หากพ่อแม่ไม่ได้สนใจฟังหรือตอบสนองด้วยเสียงตอบรับพร้อมกลับยังทำงานง่วนอยู่เด็กจะยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นที่พูดแล้วไม่มีใครฟัง

 

วิธีแก้ไขปัญหาลูกพูดติดอ่าง
เมื่อลูกพูดกับคุณให้สนใจฟังลูกเพื่อไม่ให้ลูกหงุดหงิด การบอกให้ลูกพูดช้าๆหรือให้พูดใหม่จะยิ่งเพิ่มความกดดันมากขึ้น จึงควรตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกต้องการจะบอกกล่าวดีกว่าสนใจถึงวิธีการที่ลูกพูด คุณควรทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นโดยพูดในลักษณะผ่อนคลายไม่กดดันและให้ทุกคนในบ้านทำเช่นเดียวกัน และควรทำให้เป็นธรรมชาติ การพูดติดอ่างจะเป็นมากขึ้นหากคนพูดรู้สึกว่ามีเวลาให้พูดไม่เพียงพอ

advertise

 

การช่วยลดความเครียดของโรค เช่น การให้ลูกได้เล่นกับคนอื่นที่ลูกชอบ ลูกมีของเล่นเพียงพอทั้งในบ้านและนอกบ้าน เมื่อใช้เวลาอยู่กับลูกขอให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและเปิดโอกาสให้ลูกเป็นผู้นำการเล่นบ้าง กิจวัตรประจำวันควรเป็นไปในบรรยากาศสบายไม่เคร่งเครียดหรือรีบเร่งมากเพราะเด็กจะรู้สึกกระทบกระเทือนใจมากเมื่อไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรืออาจจะต้องแยกจากกันในช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้อีกครั้ง

 

เมื่อไรจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เด็กส่วนใหญ่เลือกพูดติดอ่างได้เองจึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่ารายใดควรได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญและอาจอาศัยกฏที่ว่า หากพูดติดอ่างอย่างรุนแรงหรือมีปัญหามากเกินกว่า 4-6 เดือนจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรจึงบอกว่ามีความรุนแรงมากหรือน้อยหากเป็นแบบน้อยเด็กจะไม่แสดงความเครียดในการพูด ไม่แสดงออกว่ามีความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่ใบหน้า ระดับเสียงที่พูดเป็นปกติและพูดติดอ่างเฉพาะเวลาที่รู้สึกเครียดไม่เป็นในเวลาที่ผ่อนคลาย

 

รายที่เป็นรุนแรงมากเด็กจะกังวลกับการพูดอย่างมาก พยายามเลี่ยงที่จะพูดมีความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่ใบหน้า ระดับเสียงพูดแหลมสูงผิดปกติ พูดติดอ่างเกือบตลอดเวลาแม้แต่เวลาที่รู้สึกผ่อนคลาย และหากคุณเป็นผู้รับฟังจะรู้สึกว่าเครียดตามไปด้วย วิธีแก้ไขเช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆคือ ทำตามความรู้สึกของคุณ การพูดติดอ่างของลูกทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจนั่นแปลว่าควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

 

ยิ่งลูกได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการแก้ไขการพูดที่ผิดปกติได้เร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น มีหลายเทคนิคที่ช่วยสอนให้ลูกพูดได้คล่องขึ้นและอาจไม่สามารถแก้ไขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะช่วยให้ไม่เป็นมากขึ้น รายที่เป็นรุนแรงจะส่งผลต่อชีวิตของลูกได้ในระยะยาวผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เด็กและครอบครัวเข้าใจปัญหาและปรับตัวได้ดีขึ้น

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่

อ้างอิง : ดร.สป๊อก-นายแพทย์เบนจามิน สป๊อก (เขียน).แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ (แปล).คำภีร์เลี้ยงลูก (308-310).กรุงเทพ.อมรินทร์สุขภาพ.2552.