สาระน่ารู้ » มารู้จักกับ โรคปอดอักเสบในเด็ก เพื่อลูกรักของเรา

มารู้จักกับ โรคปอดอักเสบในเด็ก เพื่อลูกรักของเรา

27 มีนาคม 2017
75   0

 

ความสำคัญของโรค
โรคปอดอักเสบหรือปอดบวมเป็นภาวะอักเสบของถุงลมปอด พบได้บ่อยในเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กทำให้ปอดของผู้ป่วยแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อยลง ในขณะที่ถุงลมปอดมีการขยายตัวลดลง สาเหตุของโรคปอดอักเสบในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ส่วนน้อยเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่นๆ นอกจากนี้โรคปอดอักเสบบางอย่างอาจเกิดจากการสำลักหรือดูดดมสารเคมีเข้าไปในปอด

 

อาการของผู้ป่วย
อาการของผู้ป่วยปอดอักเสบที่พบได้บ่อยคือ ไอและเหนื่อยหอบ ในบางรายมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ส่วนมากมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการไอเป็นอาการสำคัญของโรคปอดอักเสบซึ่งอาจมีเสมหะหรือไม่มีเสมหะก็ได้

 

ผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส มักมีอาการของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนนำมาก่อนในช่วง 2-3 วันแรก เช่น น้ำมูกไหล เจ็บคอ เสียงแหบ อาจลุกลามถึงเนื้อปอด ผู้ป่วยจะมีอาการไอรุนแรงขึ้นหายใจเร็วและอาจมีอาการหอบเหนื่อย อาการอื่นๆที่อาจพบร่วมด้วยคือ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้ออ่อนเพลียและมีผื่น ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียส่วนมากมีไข้สูงและมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย อาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือเป็นการติดเชื้อซ้ำเติมภายหลังการเกิดโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส

 

การวินิจฉัยโรคต้องอาศัยการตรวจภาพถ่ายรังสีปอดเป็นสำคัญ ซึ่งอาจช่วยบอกว่าสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย โดยใช้พิจารณาร่วมกับอาการของผู้ป่วย การตรวจนับเม็ดเลือดการตรวจเสมหะ และการเพาะเชื้อ การวินิจฉัยโรคปอดบวม การสำลักหรือสูดดมสารเคมี ทั้งนี้ต้องอาศัยประวัติของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

 

ผู้ป่วยปอดอักเสบที่ติดเชื้อรุนแรงหรือได้รับการรักษาล่าช้าหรือไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ภาวะน้ำหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด โรคฝีในปอด ภาวะหายใจล้มเหลวและการติดเชื้อในกระแสเลือด

advertise

 

การดูแลรักษา
เนื่องจากสาเหตุของโรคปอดอักเสบในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการรักษาตามอาการผู้ป่วยที่มีไข้ ให้เช็ดตัวลดไข้และใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล ไม่ควรให้ยาลดไข้กลุ่มแอสไพริน แนะนำให้ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อให้เสมหะไม่เหนียว การพิจารณาใช้ยาขับเสมหะหรือยาละลายเสมหะบางรายอาจต้องช่วยดูดเสมหะออก หากมีน้ํามูกปริมาณมากและเหนียวให้เด็กสั่งน้ำมูกแล้วช่วยเช็ดน้ำมูกหรือใช้น้ำเกลือหยดในจมูกและช่วยดูดน้ำมูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดน้ำมูกชนิดรับประทาน เพราะจะทำให้เสมหะเหนียวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กรับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและให้การรักษาตามสาเหตุ กรณีโรคปอดอักเสบอาจมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 7-10 วัน ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาครบถ้วนตามจำนวนและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ

 

ผู้ป่วยที่เป็นทารกหรือเด็กเล็กมีอาการรุนแรงหอบเหนื่อย หากมีภาวะแทรกซ้อนจำเป็นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล

 

การป้องกัน
การป้องกันโรคปอดอักเสบทำได้โดยการหลีกเลี่ยงที่จะนำเด็กเล็กเข้าไปในสถานที่ที่แออัด เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ระวังอย่าให้เด็กอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อของทางเดินหายใจ และไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย การป้องกันอื่นๆ ได้แก่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การรักษาสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรงและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้วัคซีนป้องกันโรคให้ครบตามตารางการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

 

เด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคปอดอักเสบรุนแรง เช่น โรคหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ ควรพิจารณาให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ นอกจากนั้น วัคซีน hip และวัคซีนนิวโมคอคคัส อาจช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้บ้าง

 

อ่านบทความสาระน่ารู้ ที่นี่

อ้างอิง : สุชีรา ฉัตรเพริดพราย และคณะ.โรคติดเชื้อ ภัยร้ายใกล้ลูกรัก (120-123).กรุงเทพ.ธนาเพรส.2550.