ท่องเที่ยว ภาคเหนือ » วัดวิเชียรบำรุง จ.เพชรบูรณ์

วัดวิเชียรบำรุง จ.เพชรบูรณ์

17 กรกฎาคม 2017
35   0

 

อันที่จริงวัดในบ้านเราที่น่าเที่ยวมีเยอะมากเลย แล้วที่เราชอบๆก็คงจะเป็นวัดทางเหนือซะส่วนใหญ่ รู้สึกว่าพอไปวัดทางเหนือแล้วเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกยังงัยก็มิรู้ แต่คราวนี้ชักอยากจะเปลี่ยนทิศบ้าง เอาแบบใกล้หน่อย คือใกล้กว่าเหนือ แต่ก็ไม่ได้ใกล้เท่าไหร่ เราไปวัดแถวจังหวัดเพชรบูรณ์มั้งดีกว่า คนแนะนำเค้าบอกว่า “วัดท่าน้ำ หรือ วัดวิเชียรบำรุง” ให้ลองไปดู แล้วจะร้อง ว้าว!!

 

ว่าแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ออกจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนดอนเมือง รังสิต เช้านี้เป็นไรไม่รู้รถเยอะกว่าทุกวันแต่ก็ติดแค่ดอนเมือง จากนั้นยาวไป ใช้เส้นหล่มสัก สระบุรี ให้ยึดทางหลวงหมายเลข 21 ไว้ เราจะผ่านแยกเข้าเพชรบูรณ์ ก็ไม่ต้องเข้าให้ตรงไปอย่างเดียว ท่องไว้ยึดสาย 21 มาสักระยะ จะมาถึงร้านอาหารไก่ย่างบัวตอง งานนี้ขอแวะสักนิดละกัน คือ หิวมากเพราะเวลามันล่าไปหน่อยเนื่องจากรถไปติดอยู่ที่ดอนเมืองสักพักใหญ่ๆได้ ทางอาหารเสร็จสรรพก็เกือบชั่วโมงได้ เดินทางกันต่อ เราเข้าแยกขวาไปเลย เพื่อเข้าตัวอำเภอท่าโรง จากนั้นให้แยกซ้ายตรงข้างๆที่ว่าการอำเภอ งานนี้ก็ตรงอีก ไม่นานก็จะเห็นความอลังการ

advertise

 

พระนอนองค์ใหญ่มากสีทองสวย คือ นอกจากจะองค์ใหญ่แล้วก็ยังยาวมากๆอีกด้วย เห็นมาแต่ไกล คือ นึกถึงคำพี่เลย “พวกเธอเห็นต้องร้อง ว้าว!! พร้อมอ้าปากหวอ” มันเป็นจริงดั่งคำพี่ เราเข้าประตูทางเข้ามาประตูทางเข้าเป็นเหมือนหลังคาศาลาแต่อลังกว่า มี 2 ชั้นมั้ง สีมอๆ ดูขลังดี ด้านข้างตรงทางเข้ามีเป็นเหมือนคูน้ำขนาดใหญ่ เห็นคนเค้าให้อาหารปลาอยู่ แต่ยังไม่ถึงเวลาจะทำอะไรทั้งสิ้น เราหาที่จอดรถแล้วก็ตรงดิ่งไปที่ พระพุทธไสยาสน์เลย องค์พระดูสง่ามาก อาจเป็นเพราะอยู่กลางแจ้ง ซึ่งสีองค์พระเป็นสีทอง ประทับอยู่บนพื้นหญ้าซึ่งเป็นสีเขียวสด ด้านบนเป็นท้องฟ้า มีเมฆสีขาวเล็กน้อย คือ องค์ประกอบดีมากที่สุด สวยมากที่สุด รัวกล้องกันไม่หยุดเลย แต่ตัวองค์พระก็จะกร่อนข้างสึกกร่อนบ้าง เห็นสีทองลอกเป็นจุดๆ เห็นปูนสีขาวเป็นช่วงๆ คนขายของเค้าบอกว่า ในองค์พระเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนไหปลาร้า เราขอใช้ศัพท์ปกติ เพราะไม่ถนัดภาษาในวัง ถัดมาใกล้องค์พระก็จะเป็นเรือขุดไม้ตะเคียน ลุงแถวนั้นบอกว่า เรือลำนี้เป็นไม้ตะเคียนทั้งต้น ว่ากันว่า อายุก็ตั้งแต่สมัยอยุธยาโน้นแล้ว เค้าขุดเจอกันที่แม่น้ำป่าสักนี้เอง ถัดมาอีกนิดก็จะเป็นพระอนุเสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระเอกาทศรถ

 

หลังจากอิ่มบุญกันแล้วเราก็ไปให้อาหารปลาตรงข้างๆทางเข้ากัน อันที่จริง คือมานั่งพักร้อนกันต่างหาก คือ เย็นแบบลมเย็นสบายจริงๆนะ เพื่อนเราคนนึงถึงกับไปเอาเสื่อในรถมาปูนอนกันเลย มันบอกกลับแล้วบอกด้วยนอนสบายดี

 

เข้าวัดก็จะเย็นใจแบบนี้แหละนะ ถ้าใครอยากมาเที่ยวไกลจากกรุงเทพฯซะหน่อย ขับรถพอประมาณ ขอแนะนำที่ วัดท่าน้ำ แห่งนี้เลย สวยจริงไรจริง ต้องมาลองให้ได้

 

อ่านบทความท่องเที่ยวภาคเหนือ ที่นี่

ที่มาภาพ : www.dekguide.com